ECONBUU.
Department of Economics
Faculty of Humanities and Social Sciences
Burapha University

" เส้นกราฟ "
ผู้เขียน : Say Cheese with Khim
10/04/2026
5 MinutesREAD
.png)
จิตรามาส โฉมสุข (เมษา)
#Econ26
.png)
นพเก้า มหรรณพ (ฟ้า)
#Econ26

ณหฤทัย กิ่งทุมมา (ตั๊ก)
#Econ26

ภูวดล สันเทพ (หลิว)
#Econ26
'ก้าวต่อไป…หลังจากวันนี้'
เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน เหมือนเพิ่งเมื่อวาน ที่เรานั่งฟังอาจารย์ บ่นกันเรื่องส่งงานไม่ทัน แต่วันนี้ กลับต้องแยกย้ายไปเดิน
ตามทางของตัวเองแล้ว และตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ที่นี้จึงไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังให้เพื่อน ความทรงจำ และบทเรียนชีวิตที่จะ
คงอยู่และติดตัวเราไปตลอด…
เอางี้ก่อนนะ...หลายคนคงเข้าใจว่าเส้นกราฟที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือเส้นอุปสงค์-อุปทานที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างราคากับปริมาณซื้อขาย ที่เราเรียนกันมาตั้งแต่วิชา Micro 1 แต่ในสมุดเฟรนชิพเล่มนี้ 'เส้นกราฟ' คือ 'เส้นทางชีวิต' ที่พวกเราทุกคนวาดไว้แตกต่างกัน ก่อนจะไปเริ่มต้นบทเรียนใหม่ของแต่ละคน
บทความต่อไปนี้จะเป็นบทสัมภาษณ์ 'เส้นกราฟชีวิต' ของพวกเรา #Econ26 เรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า
แต่ละคนจะมีโมเมนต์ มีมุมคิด และมีอะไรซ่อนอยู่อีกมากมาย แม้บางคนเราจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมานานถึง 4 ปี แต่ก็ยังมีบางมุม
ที่เราเองเพิ่งได้รู้เป็นครั้งแรก เตรียมยิ้มกันไว้เลยนะ!!! เพราะเรื่องราวหลังจากนี้จะเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเสียงหัวเราะแน่นอน
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น อยากชวนทุกคนมารู้จักกับ “เจ้าของเส้นกราฟ” ตัวแทน #Econ26 ทั้ง 4 เส้นกันก่อน

กราฟเส้นแรกที่เราอยากพาทุกคนไปรู้จักก็คือ 'ตั๊ก' หรือ ณหฤทัย กิ่งทุมมา ตัวตึงเรื่องการเรียน ดูนิ่งๆ สุขุม พูดน้อย ทุกครั้งที่ประกาศคะแนนสอบ ชื่อของตั๊กจะอยู่ใน Tier-list นิสิตเกรดสวยเสมอเลย ต่อมาคือ 'เมษา' จิตรามาส โฉมสุข ตัวตี้ประจำรุ่น
ไม่ว่าจะกิจกรรมหรือปาร์ตี้เอยใด เราจะเห็นหน้าเมษาอยู่ตลอด แน่นอนว่าถ้าขาดเธอไป ตี้จะอ่อมแน่นอน
กราฟเส้นต่อมาไม่ใช่คนอื่นไกล 'หลิว' หรือ ภูวดล สันเทพ ตัวโจ๊กของเพื่อนๆ ในรุ่น หลิวเป็นเจ้าของมุกตลกประจำคลาส
มุกมาเมื่อไหร่ เพื่อนขำเมื่อนั้น และกราฟเส้นสุดท้าย 'ฟ้า' นพเก้า มหรรณพ ผู้ที่ชอบนอน 24/7 (ที่หมายถึงนอน 24 ชั่วโมง 7 วัน)
และชอบคำพูดว่า 'ไม่ได้อ่านเลย' เรียกได้ว่าทักษะการเอาตัวรอดของฟ้านั้น เหนือชั้นจริง!!!
เอาล่ะ ทุกคนคงเห็นภาพและรู้จักกับเส้นกราฟทั้ง 4 กันแล้ว ได้เวลาพาเส้นกราฟของพวกเราทั้ง 4 ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดกัน!
'วันแรกของพวกเขา'
เราเริ่มต้นตั้งคำถามกับเส้นกราฟทั้ง 4 เส้นว่า 'จำวันแรกที่เข้ามาเรียนเศรษฐศาสตร์ได้ไหม...ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง??'
ตั๊กบอกกับเราว่า 'มีความเกร็งและกังวลอยู่พอสมควร เพราะการเข้าสังคมใหม่มันไม่ได้ง่าย ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะสามารถปรับตัวได้' เช่นเดียวกันกับหลิวที่ 'แอบกังวลเล็กๆ ว่าจะมีเพื่อนหรือเปล่า!! เพราะต้องเข้ามาเรียนในฐานะเด็กต่างจังหวัด และจะต้องปรับตัวอะไรหลายอย่าง'
ขณะที่เมษาบอกว่า 'มีความตื่นเต้นมากกว่ากลัว แม้จะรู้สึกกดดันกับสังคมที่ใหญ่ขึ้น แต่รีบเปิดใจทำความรู้จักเพื่อนตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดเทอม เลยไม่ได้มีความกังวลเรื่องการเข้าสังคมมากนัก' และฟ้าที่ บอกว่า 'เหมือนตอนย้ายโรงเรียนใหม่ เพราะมีความคิดแวบเข้ามาว่าเพื่อนใหม่ในมหาลัยจะเหมือนเพื่อนมัธยมหรือเปล่า!!! แต่ก็ไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลงมากนักแค่รู้สึกว่ากำลังเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต'


'เพื่อน'
ต่อมาเราถามเส้นกราฟทั้ง 4 เส้นถึงโมเมนต์ที่น่าจดใจ หรือสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกประทับใจ
กราฟทั้ง 4 เส้นให้ความรู้สึกที่เหมือนกัน ตั๊กบอกว่า 'มีอิสระมากขึ้นกว่าตอนเรียนมัธยม ได้ทำอะไรสนุกว่าที่คิดไว้มาก ทำให้พาร์ทของเพื่อนคือช่วงเวลาที่น่านึกถึงที่สุด' เช่นเดียวกับเมษาที่บอกว่า 'หมดเวลาไปกับการได้อยู่เพื่อน ได้ทำอะไรด้วยกันมากมาย เช่น ดูคอนเสิร์ตด้วยกัน'
สำหรับฟ้า ฟ้าบอกว่า 'การที่ได้ใช้ชีวิตกับเพื่อนถือว่าสนุกสุดๆ และทำให้ย้อนไปนึกถึงเพื่อนในวัยมัธยม ได้สนิทได้รู้จักกันโดยตัวเราไม่ต้องพยายามเป็นใคร' เหมือนกับคำตอบของหลิวที่มองว่า 'มหาลัยคือช่วงเวลาที่อยู่กับเพื่อนเยอะที่สุด ได้ลองทำอะไรมากกว่าเดิม'
เมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่จำไม่ลืม เราพบว่าคำตอบของทุกคนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน…..นั่นก็คือ 'เพื่อน'


'ในแบบของแต่ละคน'
คะแนนออกทีไร เพื่อนร้องว้าวกันหมด……..เราเลยตั๊กว่ามีทริคอะไรบ้าง?
ตั๊ก บอกว่า 'การตั้งใจเรียนในห้อง เป็นสิ่งสำคัญ และอีกตัวช่วยนึง ก็คือการจัดตารางอ่านหนังสือเพราะจะทำให้ช่วยให้ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้น พยายามเอามาปรับใช้ไปในทางของตัวเอง'
ปาร์ตี้ทีไร เห็นหน้าตลอด…….สำหรับเมษาแล้ว มีวิธีจัดการเวลายังไงทั้ง ๆ ที่เราก็สนุกไปกับทุกทริป?
เมษา ยึดหลักว่า 'ไม่ว่าวันนี้จะไปไหนหรือวันนี้ทำอะไร ถ้าวันพรุ่งนี้มีเรียนก็ต้องไป ต้องรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ได้และ
แบ่งเวลาในการทำอะไรให้เท่ากัน สำหรับการอ่านหนังสือเน้นการทำสรุปอ่านเองและฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะวิธีนี้จะช่วยให้
เข้าใจจริงๆ'
ตลกแบบนี้…..ตอนเรียนหลิวเครียดบ้างหรือเปล่า? เพราะเล่นมุกทีไรก็ได้ยินแต่เสียงขำจากเพื่อนๆ
สำหรับหลิวมองว่า 'การมาเรียนคือการได้มารับความรู้ใหม่ๆ ก็เลยไม่รู้สึกเครียดเวลาเรียน เน้นพยายามตั้งใจเรียนในห้องให้เข้าใจมากกว่า ส่วนความเครียดจะมาตอนอ่านหนังสือสอบ แน่นอนว่าเป็นช่วงเวลาที่มันกดดันว่าจะอ่านทันไหม กับเน้นในส่วนที่คิดว่าทำได้จริงๆ และทำให้เต็มที่ที่สุด ถ้าเนื้อหามันเยอะมาก'
นอนจนแทบไม่ได้แตะหนังสือ แต่อะไรที่ทำให้ฟ้ายังรอดมาทุกเทอม ……?
ฟ้า มองว่า 'ชีวิตในช่วงการศึกษา สำหรับเรามันเหมือน 'วงจรการเรียนรู้' ที่ต้องเรียน อ่านหนังสือ และสอบ วนซ้ำไปเรื่อย ๆ
ซึ่งวงจรแบบนี้ก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น และพยายามไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ทำให้ดีที่สุดในแบบของตัวเองก็พอ เวลาทบทวนบทเรียน เรามักจะชอบจำลองโจทย์ไว้ในหัวมากกว่าการท่องจำ เพราะเชื่อว่าการเข้าใจภาพรวม จะช่วยให้ทำข้อสอบได้ดีขึ้น แต่!! มันก็ใช้ไม่ได้กับทุกวิชา เพราะบางวิชาเนื้อหาก็เยอะ'
แม้วิธีจะต่างกัน แต่สุดท้าย แต่ละคนก็ปรับตัวจนเจอ 'จุดดุลยภาพ' ของตัวเอง


'ย้อนเวลา'
สุดท้าย...เราถามเหล่าเส้นกราฟทั้ง 4 ว่า 'ถ้าย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองตอนปี 1 ได้หนึ่งประโยค จะบอกว่าอะไร……?'
ตั๊ก อยากบอกว่า 'ออกไปใช้ชีวิตบ้างเถอะ' เพราะเอาจริงๆ แทบไม่ได้เข้าสังคมหรือออกไปใช้ชีวิตไหนเลยนอกจากอยู่แต่ใน
ห้อง บางทีอาจจะพลาดช่วงที่สนุกและน่าจดจำไปได้
ในขณะที่เมษา บอกว่า 'เต็มที่กับทุกเรื่อง อย่าไปกังวัลอะไรมาก' เพราะถ้ามองย้อนกลับไปมองสิ่งที่เราเจอ บางอย่างแค่เราเต็มที่กับสิ่งนั้นมันเพียงพอแล้ว
สำหรับหลิว หลิวบอกตัวเองว่า 'ทำอย่างอื่นบ้าง นอกจากเข้าสังคม' เพราะปี 1 เน้นใช้ชีวิตจริงๆ สนุกไปกับการเข้าสังคม
มากไปถึงแม้มันจะเติมเต็มความสุขในช่วงเวลาหนึ่งได้ แต่ก็ควรที่จะแบ่งเวลาให้กับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตอย่างสมดุล
และฟ้าอยากบอกว่า 'จะทำอะไรก็ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่กลับมาเสียใจทีหลังดีกว่า' คงเพราะมีบางเรื่องที่มองย้อนกลับไปแล้วมันเป็นเหมือนแผลในใจที่รู้สึกค้างคา


จากคำตอบของแต่ละคนมันได้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตในแบบของตนเอง
4 ประโยคสั้นๆ แต่มันทำให้เห็นว่า 4 ปีที่ผ่านมา พวกเขาเติบโตขึ้นจริงๆ
สุดท้ายแล้ว บทสัมภาษณ์นี้อาจเป็นเพียงหน้าหนึ่งในสมุดเฟรนชิพ
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน คือช่วงเวลาหลายปีที่ถูกเล่าผ่าน 4 เส้นกราฟชีวิต



และไม่ว่าแต่ละคนจะเป็นเส้นกราฟรูปแบบไหน
ในท้ายที่สุด เราทุกคนต่างก็มีเส้นทางที่เดินขนานกันมา
และนั่น คือความทรงจำที่สวยงามที่สุดของเรา

'เส้นกราฟ'
Say Cheese with Khim
AUTHOR
.png)
kkym
ณัฐนรี หุ่นชัยชาญ
Henyour
ณัฐชลิดา มีประเสริฐ
ความสุขที่แท้จริงมักไม่มีเสียง
จงเป็นดอกไม้ที่เบ่งบาน
ตามฤดูกาล..ของตัวเอง
PHOTOGRAPHER
.png)
เคน
จักรกริช กล่อมอ้น
Collect moments, not things.
.png)